ถ้ามีคนถามผมว่าช่วงเวลาไหนที่ผ่านมาในชีวิตที่ผมมีสนุกที่สุด
คำตอบแทบถูกแสดงให้เห็นภาพช็อตต่างๆจากหนังเรื่องนี้ (ผมชอบฉากที่เตะบอลหลังห้องมากๆ)
มันเป็นช่วงเวลาเดียวที่เราสามารถคิดและพูดภาษาเดียวกันกับเพื่อนโดยไม่ต้องอึดอัดใจ
แม้ว่าพอเวลาผ่านไปเพื่อนที่เคยผ่านช่วงเวลาเดียวกันนั้นต่างก็เติบโต ผมรู้สึกว่ามันก็ไม่สามารถจะสนิทใจได้เท่าช่วงเวลานั้นอีกแล้ว
finalscore เป็นหนังนักเรียนของแท้จุดเด่นคือ มันไม่มีบทไม่มีสคริป ใช้การถ่ายทำแบบสารคดีตามติด 365 วันตั้งแต่ในห้องเรียนยันห้องนอนที่บ้าน แตกต่างจากหนังนักเรียนในอดีตที่ผ่านมาที่ชอบจับจับดาราเกินวัยมาแต่งชุดนักเรียนเป็นเด็กโข่งหน้าใส สวยหล่อกันแทบทุกคนแล้วก็มาเล่นมุขยัดเยียดให้ขำฝืดๆจนจบเรื่อง แต่มีสิ่งที่เหมือนกันที่ผมเห็นจากหนังเรื่องนี้คือ วัฒนธรรมการเขียนอำลากันบนเสื้อนักเรียนก่อนจะจากกันเมื่อเรียนจบ ซึ่งผมเห็นวัฒนธรรมนี้ครั้งแรกจากหนังเรื่อง กลิ้งไว้ก่อนพ่อสอนไว้(ที่แจ้งเกิดมอสน่ะ) ตั้งแต่ผมยังไม่จบป.6โน่น.. ซึ่งจะว่าไปแล้วผมก็มีกะเค้าเหมือนกัน สองตัว ตอนจบ ม.3 และม.6 อย่างละตัว
ถ้าถามว่าดูหนังเรื่องนี้ได้อะไรนอกจากความสนุก? เด็กและผู้ปกครองก็คงได้แน่ๆเกี่ยวกับความจริงของการแข่งขันที่เปลี่ยนไปในสมัยนี้ ส่วนผมเองได้เห็นตัวเองและกลุ่มเพื่อนๆย้อนอดีตไปอยู่ตามมุมตามฉากต่างๆในหนังเรื่องนี้ …
..ถ้าใครยังไม่เคยดู น่าจะหาเวลาไปดูนะครับ ขอปิดท้ายด้วยTrailerหนังเรื่องนี้ ซึ่งผมชอบมากๆผมว่าทั้งเพลงและภาพมันเข้าถึงความรู้สึกดีจริงๆ
Trailer