ไม่ได้เข้ามาเขียนpostที่นี่หลายวันเลยครับ แต่จะบอกว่าไม่ได้เขียนเลยก็คงไม่ถูก เพราะจริงๆแล้วก็เขียนแต่ดันไปpost ที่ apen แล้วลืมที่จะมาpostทิ้งไว้ที่นี่ด้วย
หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอาทิตย์ของความวุ่นวายและไม่สบายใจครับ ซึ่งมันก็ผ่านไปแล้วตอนนี้สบายใจขึ้น สมองเริ่มปลอดโปร่งขึ้นมาอีกครั้งเลยคิดนู่คิดนี่ได้เหมือนเคย
ตอนนี้ผมอยากจะบอกว่าผมปิ๊งไอเดียขึ้นมาอีกแล้วหลังจากดูข่าวน้องเอมี่สาหร่ายถูกธรรมศาสตร์ลงโทษด้วยการให้ไปทำประโยชน์กับสาธารณะชน
ด้วยการบันทึกเสียงอ่านหนังสือให้คนตาบอดได้ฟัง
พอดูข่าวนี้แล้วผมว่ามันดีมาก ดีทั้งภาพสาหร่ายและการให้ไปอ่านหนังสือให้คนตาบอด
ใช่แล้ว..ผมจะเอามั้ง ไม่ใช่จะไปโชว์สาหร่ายนะครับ เพราะผมคงโชว์ไม่ได้ไม่มีชุดแบบนั้นอีกอย่างโชว์ได้คงไม่มีใครอยากดู เลย อยากอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟังมากกว่า
อยากทำจริงๆนะครับเหมือนจะสร้างภาพว่าเป็นคนดีมีกุศลมาแจกจ่าย ความจริงแล้วไม่ใช่เลย ผมคิดแค่ว่าไหนๆก็อุตส่าห์ลงทุนซื้อไมค์มาตั้งสามพันกว่าบาทเปิดเว็บนี้ขึ้นมาก็ได้แต่พูดเรื่อยเปื่อยไร้ประโยชน์ สู้เอาเวลาไปทำอะไรให้มันมีคุณค่าบ้างดีกว่าเผื่อผลบุญจะได้หนุนนำชีวิตไม่ให้ต้องซวยมากนัก
แต่ผมจะไม่ทำแค่ พูด-อัด แล้วก้ไปไรท์แจกตามโรงเรียนแผ่นสองแผ่นแค่นั้นหรอกนะครับ
ผมกะจะเปิดเว็บให้คนที่เข้ามาดาวโหลดได้ จะเอาไปฟังเองก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าให้ดีถ้าไม่ลำบากอะไรนักจะช่วยผมไรท์แล้วก็ช่วยเอาไปแจกตามโรงเรียนด้วยอีกแรงก็จะขอบคุณมากครับ เพราะลำพังจะให้ผมพูด แล้วหาทุนมาซื้อแผ่นซีดี มาไรท์แจกให้ทั่วไปเรื่อยๆก็ยังไงอยู่ผมไม่มีทุนทำได้ขนาดนั้น
หากคุณๆกำลังสงสัยว่าผมเป็นบ้าไรขึ้นมาอีก(ต้องมีคนคิดงี้แน่อย่ามาเถียง)ถึงอยากทำแบบนี้
ก็ต้องตอบว่าอยากทำครับ คือผมนึกถึงตอนสมัยเรียนมัธยมที่โรงเรียนผมเค้าจะรับเด็กตาบอดมาเรียนด้วย แล้วมีอยู่วันหนึ่งขณะที่ผมเดินเตร็ดเตร่เหล่สาวอยู่ที่ห้างหลังเลิกเรียนตามสันดาน ก็บังเอิญไปเห็น นักเรียนรุ่นน้องโรงเรียนเดียวกันที่ตาบอดกำลังเดินงงๆ ถือไม้เท้าเคาะคลำทางอยู่ที่ลานกว้างหน้าลิฟท์ เหมือนจับทิศไม่ได้
คือด้วยความที่ไม่ได้เป็นนักเรียนหน้าห้องที่เสื้อไม่เคยหลุดออกนอกกางเกง เป็นแค่เด็กกวนส้นตีนคนหนึ่งนั่งแถวหลังสุดริมประตูคอยแซวสาวอย่างเดียวเลยไม่ได้แสดงความเป็นพระเอก รีบเข้าไปช่วยรุ่นน้องตาบอดแบบอดเสียไม่ได้
ก็เลยยืนดูความเป็นไปของน้องตาบอดที่เคาะไม้ีจังหวะเดียวกับเวลาเคาะชามข้าวรอให้หมาเดินเข้ามากิน หมุนวนรอบตัวเองแบบไม่รู้ทิศรู้ทาง
สักพักด้วยความละอายต่อบาป หมาตัวนั้น เอ้ย ผมก็เลยเดินเข้าไปหาต้นเสียงเคาะนั่น เพราะมันเป็นภาพที่น่าอนาถเสียเหลือเกิน คนตาบอดหมุนรอบตัวเองท่ามกลางหนุ่มสาวหิ้วถุงเดินชอปปิ้งสวนไปสวนมาขวักไขว่เหมือนน้องบอดเป็นอากาศธาตุ…ทำไมถึงไม่มีใครช่วยเลย ..ทำไมต้องให้คนกวนตีนอย่างกูเป็นพระเอกด้วยเหอๆๆ(ล้อเล่นน่ะ)
ผมก็เลยเดินเข้าไปอย่างรุ่นพี่ทาคุมิในหนังสือการ์ตูนตาหวานของญี่ปุ่น ที่ดูแูสนจะเก่งสุดเท่ห์ิเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วทั้งเขตเทศบาล คัท!!!
ภาพตัดกลับมาที่ไอ้นักเรียนมอปลายที่คล้ายกุ๊ยติดยาคนนึงกำลังเดินดุ่ยๆ เหมือนจะเข้าไปทำร้ายคนไม่มีทางสู้ ก่อนจะทักด้วย “น้องจะไปไหนอ่ะ เดี๋ยวพี่พาไป”…เท่ห์สัด เสียดายที่เป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงนะมึง ตาบอดก็ตาบอดเหอะ เจองี้ไปคงเก็บผมเอาไปฝันเป็นแน่แท้
น้องตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวว่า
“ผมจะมาซื้อโปสเตอร์เกี่ยวกับ…บลาๆๆๆๆ(จำไม่ได้แระ)”
ผมก็เลยถามต่อว่า
“อ้าวแล้วเพื่อนๆล่ะ”
น้องบอดตอบ
“ผมมาคนเดียว เพื่อนให้มาซื้อ”
“สราดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ” ผมนึกด่าเพื่อนๆน้อง (จริงๆแล้วยุคนั้นคำว่าสราดดดดดยังไม่เป็นที่นิยม ผมเติมเอาเองเพื่อให้ได้อารมณ์ – ผุ้เ้้ขียน)
ผมเลยบอกไม่เป็นไร แถวบ้านพี่มีขายเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ซื้อไปให้ตอนเช้า(พระเอกมากอ่ะ) บ้านน้องอยู่ไหนล่ะเดี๋ยวพี่ไปส่ง (..แม้แต่คนตาบอดแถมเป็นผู้ชายมันยังจะ…..)
ก้อสรุปสุดท้ายคือ ผมก็นั่งตุ๊กๆไปส่งน้องบอดโชคดีที่ไม่ไกลมาก เพราะยิ่งจนๆอยุ่ตอนนั้น แล้วก็นั่งกลับมาที่ห้างต่อ เพื่อนๆผมเข้าไปนั่งแดกพิซซ่ากันสบายใจเฉิบเหลือแต่ขอบพิซซ่าให้ผมกิน ….สราดดดดดดดดดดดดด(ย้ำยุคนั้นคำว่าสราดดดดดยังไม่เป็นที่นิยม ผมเติมเอาเองเพื่อให้ได้อารมณ์อีกครั้ง – ผุ้เ้้ขียน)
ผมก้ไม่รู้ว่ามันจะเกี่ยวกันไหมนะกับเรื่องที่ผมจะอ่านหนังสือให้คนตาบอดฟัง ผมว่าการให้โอกาสคนเป็นเรื่องดี คนตาดีมีร้านหนังสือแอร์เย็นๆเข้าไปยืนอ่านฟรี คนตาบอดก็น่าจะมีอะไรฟรีมาให้ฟังบ้าง มันไม่เห็นมีไรเสียหายถ้ามีใครอยากจะเอาไอเดียนี้ไปทำมั่งก้ไม่ว่ากันนะครับ ว่าแล้ว ผมคงต้องแวะไปเว็บไทยเซ็กสตอรี่แล้วเผื่อเจอเรื่องดีๆที่น้องบอดเค้าอยากฟัง