ทุกศาสนามีความเท่าเทียมกันในประเทศนี้ ม็อบผ้าเหลืองที่ออกมาเดินขบวนเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติจึงดูขัดหูขัดตาและมีเบื้องหน้าเบื้องหลังให้เคลือบแคลงสงสัยมากกว่าที่จะเห็นดีเห็นงาม
มีคนพูดไว้ว่าอย่าพูดเรื่องศาสนาและการเมืองบนโต๊ะอาหารเพราะทั้งสองเรื่องมีความอ่อนไหวต่อการใช้อัตตามาฟาดปากกันทำให้กินอะไรไม่อร่อย แต่ม็อบผ้าเหลืองก็ทำให้ทั้งสองเรื่องรวมเป็นเรื่องเดียวกันและหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกพูดถึงบนโต๊ะอาหาร ..คราวนี้เราจะได้เห็นคนใช้อัตตากันทุกซอกมุมของสังคม …
การเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งแรก ผมบังเอิญได้ไปเจอเอกสารบางชิ้นที่พุดถึงการเคลื่อนไหวลักษณะนี้ตั้งแต่ตอนเขียนรัฐธรรมนูญปี 40 โดยคราวนั้นก็มีการเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติลงไปในรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกับคราวนี้ นั่นแสดงให้เห็นว่าหากครั้งนี้มีการอ้างเหตุผลเรื่อง3จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะถูกมองได้ว่าเป็นการหาเหตุผลมาสร้างความชอบธรรมให้กับการเรียกร้องแบบเล่นกระแสโดยไม่สนใจผลที่จะตามมา?
หรือทั้งหมดนี้..เป็นขบวนการดิสเครดิตพุทธศาสนา เพราะภาพที่ออกมานอกจากจะหาเหตุผลที่จะไปเห็นด้วยกับม็อบเหล่านี้ไม่ได้แล้ว ยังมีภาพติดลบต่อม็อบผ้าเหลืองนี้ด้วยซ้ำ คำถามเกิดขึ้นมากมายว่าท่านทำไปเพื่ออะไรเพราะลำพังแค่ออกมาเดินแบบนี้ก็ไม่มีบัญญัติไว้ในหลักธรรมข้อไหนเลย …หรือพูดง่ายๆสิ่งเหล่านี้กำลังจะบอกเราว่าภาพเต้นจ้ำบ๊ะโชว์จิ๋มในงานบวชกับภาพเดินขบวนของพระ ความหมายมันช่างไม่หนีกันเท่าไหร่นั่นคือความเสื่อมที่เกิดขึ้นกับศาสนาพุทธในประเทศไทยจริงๆ
ทิ้งท้ายด้วยคำสัมภาษณ์ที่ทีวีช่องหนึ่งไปพุดคุยกับชาวบ้านเกี่ยวกับประเด็นนี้ มีชาวมุสลิมคนหนึ่งได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า
เค้าไม่รู้ว่าเรื่องนี้ผิดหรือถูกในทางพุทธ แต่เค้าเห็นว่าแทนที่จะเอาเวลามาเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไปสร้างให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำใจไม่ดีกว่าหรือ
..เป็นไงสะใจไหมล่ะท่านเจ้าคุณทั้งหลาย…